หน้าแรกสินค้าและบริการติดต่อ10000ไวประชาสัมพันธ์กระดานสนทนา

 

 

 
แอบดูสุดไฮเทค!!...ด้วยกล้องเว็บแคมผ่าน ADSL

สืบเนื่องมาจากที่ผมได้นำเสนอเรื่องการนำกล้องเว็บแคมมาประยุกต์ให้เป็นกล้องวงจรปิด หลังจากนั้นก็มีคุณผู้อ่านส่งอีเมล์มาบอกว่าถูกใจและให้ประโยชน์มาก ดังนั้น ในคราวนี้ผมจะนำเสนอเรื่องการทำกล้องวงจรปิดจากกล้องเว็บแคมอีกสักครั้ง แต่จะเน้นไปทางการดูกล้องผ่านอินเทอร์เน็ตนะครับเพื่อเพิ่มประโยชน์ในการใช้งานให้มีมากขึ้นกว่าเดิม

ถ้าพูดถึงเทคโนโลยีของกล้องวงจรปิดในสมัยนี้นับว่าได้ก้าวไกลไปมาก จากที่เมื่อก่อนคงใช้ได้แค่ภายในสำนักงานหรือภายในบริเวณหนึ่งๆ เท่านั้น แต่ในปัจจุบันสามารถดูภาพจากกล้องวงจรปิดจากที่ใดก็ได้ในโลกโดยผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เช่น เฝ้าดูความเป็นอยู่ในบ้านจากที่ทำงาน ทำให้อุปสรรคเรื่องระยะทางหมดสิ้นไป การใช้กล้องวงจรปิดจึงกลายเป็นเรื่องง่ายในทันที ด้วยประโยชน์จากเทคโนโลยี ADSL ที่มีความเร็วในการสื่อสารข้อมูลสูงกว่าการใช้โมเด็ม 56 K จึงสามารถรองรับงานสื่อสารข้อมูลประเภทภาพและวิดีโอได้เป็นอย่างดี แต่ภาพจะกระตุกบ้างก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเร็วของอินเทอร์เน็ตที่ใช้และแพ็กเกจที่เลือกด้วย เช่น แบบผู้ใช้ทั่วไป (Home) หรือหน่วยงาน (Corporate)

อย่างไรก็ดี ยังมีกล้องวงจรปิดแบบอื่นนอกจากกล้องเว็บแคม USB ที่รองรับการดูกล้องผ่านระบบออนไลน์ ได้แก่ กล้องวงจรปิดชนิดที่เรียกว่า IP Camera กล้องพวกนี้มีไอพีแอดเดรสเป็นของตัวเอง โดยที่ไม่ต้องเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ แต่จะเชื่อมต่อเข้ากับเร้าเตอร์แทน หรือจะเป็นกล้องที่เป็นระบบไวร์เลสหรือแบบไร้สายจึงไม่ต้องมีสายให้เกะกะ กล้องบางยี่ห้อสามารถสั่งซูมเข้าออกหรือหมุนซ้ายขวาได้ และมักจะมีโปรแกรมสำหรับดูภาพจากกล้องมาให้โดยเฉพาะ กล้องแบบนี้รวมถึงอุปกรณ์ที่ต้องใช้ร่วมกันยังมีราคาสูงอยู่ แต่ถ้าจะใช้กล้องแค่ไม่เกิน 3 – 4 ตัว ติดตั้งภายในบ้าน กล้องเว็บแคมแบบ USB ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย
ในตัวอย่างนี้เราจะใช้กล้องเว็บแคม USB สองตัว และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ADSL ใช้ความเร็วที่ 256/128 K เพื่อเป็นสื่อกลางในการดูกล้องวงจรปิดจากภายนอก ส่วนโปรแกรมสำหรับสร้างเป็นกล้องวงจรปิดขอเลือก webcamXP 2006 2.42.125 เป็นโปรแกรมที่ทำให้กล้องเว็บแคมกลายเป็นกล้องวงจรปิดได้อย่างง่ายๆ สามารถรองรับกล้องได้พร้อมกันถึง 100 ตัว (แค่ใช้ในบ้านมีสัก 5 ตัวก็ถือว่าหรูมากแล้ว เพราะถ้ามากกว่านั้นคอมพิวเตอร์ที่ใช้จะต้องมีประสิทธิภาพสูงมากๆ ) และยังกำหนดการบันทึกให้เป็นภาพนิ่งหรือวิดีโอก็ได้

จุดเด่นของโปรแกรมนี้คือสามารถนำเอาภาพจากกล้องมาส่งขึ้นออนไลน์โดยดูผ่านบราวเซอร์ ดาวน์โหลดโปรแกรมได้ที่ http://download.betanews.com/download/1004419964/wxp_2.exe ซึ่งอนุญาตให้ใช้ได้ 21 วัน หลังจากนั้นหากถูกใจหรือไม่อย่างไรก็แล้วแต่ความต้องการของคุณผู้อ่านครับ
 


 

รูปที่ 1

ขั้นแรก ให้ติดตั้งกล้องเข้ากับคอมพิวเตอร์ ขอแนะนำให้ใช้กล้องต่างยี่ห้อหรือต่างรุ่นกัน เพราะถ้าเป็นรุ่นเดียวกันยี่ห้อเดียวกัน โปรแกรมอาจจะแยกไม่ออกว่ามีกล้องกี่ตัวเพราะมันเหมือนกันหมด หากเมื่อใดที่วินโดวส์ไม่รู้จักกล้องตัวใดตัวหนึ่ง นั่นอาจแสดงว่ามีปัญหาที่ไดรเวอร์เข้าแล้ว ส่วนเรื่องราคาก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะถ้าใช้กล้องที่ราคาถูกมากๆ คุณภาพก็จะต่ำไปตามราคา ส่วนข้อจำกัดเรื่องสายของกล้องนั้น สามารถนำสาย USB Repeater (ดังรูปที่ 1) มาต่อช่วยเพิ่มระยะทางและสัญญาณให้ไกลขึ้น (สาย USB Repeater ยาว 5 เมตร ราคาประมาณ 1,000 บาท) แต่ถ้าใช้สาย USB ธรรมดามาต่อกัน สัญญาณภาพที่ส่งเข้าคอมพิวเตอร์ก็จะอ่อนลงไปตามระยะทาง ที่เหลือก็แค่ติดตั้งกล้องในจุดต่างๆ เท่านั้น
 

เพิ่มกล้องเข้าโปรแกรม
หลังจากดาวน์โหลดโปรแกรมมาแล้วก็ติดตั้งไปตามขั้นตอนปกติ ให้เรียกโปรแกรมขึ้นมาจากเมนู webcamXP > webcamXP เนื่องจากยังไม่ได้ลงทะเบียนโปรแกรมจึงแจ้งว่าใช้ได้ 21 วัน คลิ้กปุ่ม start trial โปรแกรมจะค้นหาไอพีแอดเดรสที่ได้รับมาจาก ISP (ค้นหาจากโมเด็มหรือเร้าเตอร์) และแสดงขึ้น คลิ้กปุ่ม Next ถัดมาสามารถทดสอบการเชื่อมต่อของโปรแกรมได้จากปุ่ม run test ตรงนี้ไม่ว่าจะแสดงผลอย่างไรยังไม่ต้องซีเรียส ให้คลิ้กปุ่ม finish ผ่านไปก่อน (ดังรูปที่ 2)


 


 

รูปที่ 2

จากนั้นจะเข้าสู่โปรแกรม ซึ่งตอนนี้โปรแกรมยังไม่รู้จักกับกล้อง ดังนั้นจึงต้องเพิ่มกล้องเข้าไปในโปรแกรม ที่แถบหลัก Monitor มีช่องสี่เหลี่ยมที่มีตัวเลขจำนวน 10 ช่อง ซึ่งใช้แทนกล้องแต่ละตัว ส่วนตัวเลข [1 – 10] คือ กลุ่มของกล้อง มี 10 กลุ่มๆ ละ 10 ตัว ตอนนี้ให้ใช้ในกลุ่ม [1 – 10] ให้คลิ้กขวาบนช่อง 1 หรือช่องอื่นๆ ตามต้องการ เลือกเมนู connect > directx video sources แล้วเลือกกล้องที่จะให้ปรากฏในช่อง 1 นี้ สุดท้ายคลิ้กในช่อง 1 อีกครั้ง ภาพจากกล้องก็จะปรากฏในช่อง 1 และในกรอบใหญ่ด้านบน (ดังรูปที่ 3) ให้เพิ่มกล้องด้วยวิธีนี้กับกล้องตัวที่เหลือ (ถ้ามี) ถ้าต้องการดูภาพจากกล้องตัวใดก็ให้คลิ้กไปที่ช่องแสดงภาพของกล้องตัวนั้น ภาพจากกล้องก็จะปรากฏในกรอบภาพใหญ่ ส่วนการยกเลิกหรือปิดกล้องให้คลิ้กขวาบนกล้องตัวที่ต้องการ เลือกเมนู disconnect หากต้องการปิดกล้องทุกตัวก็เลือกเมนู disconnect all
 


 

รูปที่ 3


 


 

รูปที่ 4

การบันทึกภาพ
คุณสมบัติหลักๆ ของกล้องวงจรปิดก็คือการบันทึกภาพจากกล้อง เริ่มจากการบันทึกให้เป็นภาพนิ่ง เลือกแถบย่อย tools/options คลิ้กเลือกกล้องตัวที่ต้องการจะบันทึกภาพแล้วคลิ้กปุ่ม capture กล้องตัวนี้จะบันทึกภาพเป็นไฟล์ทันที โดยมีข้อความแจ้งการทำงานให้เห็นตรงไอคอนของโปรแกรมบน System Tray ซึ่งบอกชื่อไฟล์ไว้เสร็จสรรพ ชื่อไฟล์ขึ้นต้นด้วย wXP_กล้องตัวที่_วันเดือนปี_เวลา_ลำดับรูป.jpg สามารถเปิดโฟลเดอร์เข้าไปชมภาพที่ได้บันทึกนี้จากปุ่ม open archives directory (ดังรูปที่ 4) ภาพเหล่านี้ถูกเก็บไว้ที่ C:Program FileswebcamXPwebcamXP archives
 


 

รูปที่ 5

สำหรับการบันทึกภาพเป็นวิดีโอ ให้เลือกกล้องที่ต้องการเช่นเคยแล้วคลิ้กปุ่ม record ต่อมาภาพในช่องของกล้องที่เลือกไว้จะมีรูปวงกลมสีแดงแสดงขึ้น หมายถึงขณะนี้กำลังบันทึกเป็นวิดีโออยู่ เมื่อต้องการหยุดบันทึกให้คลิ้กปุ่ม stop จะมีข้อความแจ้งว่าได้บันทึกเป็นไฟล์วิดีโอเรียบร้อยแล้ว (ดังรูปที่ 5) จากนั้นคลิ้กปุ่ม open archives directory เพื่อเปิดโฟลเดอร์ที่เก็บไฟล์วิดีโอนี้ สามารถเปิดดูได้จากโปรแกรม Windows Media Player หรืออื่นๆ ไฟล์วิดีโอเหล่านี้เก็บไว้ที่ C:Program FileswebcamXPwebcamXP archives เช่นเดียวกับภาพนิ่ง มีข้อเสียคือไฟล์วิดีโอที่ได้จะใหญ่มาก เพราะเป็นฟอร์แมต .avi ดังนั้น ควรเลือกบันทึกเฉพาะกล้องที่ติดตั้ง ณ ตำแหน่งที่สำคัญในบ้าน หรือจะใช้คุณสมบัติการบันทึกแบบ Motion ก็ได้ (สามารถนำไฟล์วิดีโอที่ได้มาแปลงให้เล็กลงโดยโปรแกรมแปลงไฟล์ต่างๆ ) เมื่อเปิดดูไฟล์วิดีโอหรือภาพเหล่านี้แล้ว ถ้าไม่ต้องการเก็บไว้ก็ควรลบทิ้งเพื่อประหยัดเนื้อที่ฮาร์ดดิสก์

บันทึกภาพแบบ Motion
การบันทึกภาพให้เป็นไฟล์วิดีโอในแบบที่ผ่านมาเป็นการบันทึกตลอดเวลา ไฟล์วิดีโอที่ได้จึงมีขนาดใหญ่ และถึงแม้จะไม่มีวัตถุใดๆ เคลื่อนไหวเลย กล้องก็ยังบันทึกอยู่ ทำให้ได้ไฟล์ที่ใหญ่และสิ้นเปลืองพื้นที่ฮาร์ดดิสก์อย่างมาก ดังนั้นถ้าภาพที่กล้องกำลังบันทึกไม่มีวัตถุหรือเหตุการณ์ใดๆ เปลี่ยนแปลง ก็ย่อมไม่มีความจำเป็นในการบันทึก เราจึงนำคุณสมบัติ Motion เข้ามาช่วย โดยจะบันทึกเฉพาะตอนที่มีวัตถุใดๆ เคลื่อนไหวในภาพเท่านั้น เช่น คนในบ้านเดินไปมา ส่วนตอนที่ไม่มีวัตถุใดๆ เคลื่อนไหวในภาพก็จะไม่บันทึก ซึ่งกำหนดได้ว่าจะให้บันทึกเป็นภาพนิ่งก็ได้ หรือบันทึกเป็นวิดีโอก็ได้
เลือกแถบหลัก motion detector และแถบย่อย alerts configuration (ดังรูปที่ 6) ดูที่หัวข้อ alerts configuration มีตัวเลือกที่ใช้งานแบบง่ายๆ ได้แก่ save locally (.bmp) ใช้สำหรับบันทึกภาพให้เป็นภาพนิ่ง โดยเป็นฟอร์แมต .bmp ซึ่งจะมีความคมชัดสูง ภาพเหล่านี้ถูกเก็บไว้ที่ C:Program FileswebcamXPalerts ซึ่งในนี้จะมีโฟลเดอร์ย่อยอีก โดยแยกตามลำดับกล้อง วันเดือนปี สุดท้ายคือโฟลเดอร์เวลาต้นชั่วโมงนั้นๆ เช่น C:Program FileswebcamXPalerts5200611072300


 


 

รูปที่ 6

ตัวเลือก record movie ใช้บันทึกภาพเป็นวิดีโอเฉพาะตอนที่มีวัตถุเคลื่อนไหวในกล้องเท่านั้น ไฟล์วิดีโอที่ได้จะเก็บไว้ที่ C:Program FileswebcamXPwebcamXP archives โดยโปรแกรมได้กำหนดให้บันทึกแต่ละไฟล์ได้นาน 30 วินาที ซึ่งสามารถเปลี่ยนความยาวของการบันทึกได้โดยเลือกแถบหลัก audio/record ดูที่หัวข้อ recording options จะเห็นเลข 30 ให้เปลี่ยนระยะเวลาได้ตามต้องการ แต่อย่านานหรือสั้นเกินไป ตัวเลือก add to gallery ใช้สำหรับบันทึกภาพให้เป็น galley เพื่อนำไปใช้สร้างอัลบั้มบนเว็บเพจได้ หรือใช้ดูภาพแบบอัลบั้มผ่านบราวเซอร์ ภาพจะถูกเก็บไว้ที่ C:Program FileswebcamXPwwwrootgallery และตัวเลือก save for web (.jpg) ใช้บันทึกให้เป็นภาพนิ่งแต่จะเป็นฟอร์แมต .jpg เพื่อนำไปใช้บนเว็บเพจ ไฟล์ภาพนี้เก็บไว้ที่ C:Program FileswebcamXPalerts

ส่วนที่สำคัญในการใช้คุณสมบัติ motion นี้ก็คือการกำหนดความไวของการบันทึก ถ้ากำหนดเปอร์เซ็นต์ต่ำกล้องก็จะบันทึกได้ไว มีวัตถุใดเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยก็จะบันทึกแล้ว แต่ถ้ากำหนดเปอร์เซ็นต์สูงกล้องจะเริ่มบันทึกช้าลง พูดง่ายๆ ว่าเลขยิ่งน้อยก็จะจับภาพได้เร็ว ซึ่งสามารถเลือกกำหนดเปอร์เซ็นต์ให้กล้องตัวใดก็ได้เพราะแยกกันทำงาน ให้ดูตรงช่อง tolerance : โปรแกรมได้กำหนดเปอร์เซ็นต์ไว้ที่ 20.00 หมายความว่าถ้ามีวัตถุเคลื่อนไหวผ่านกล้องเกิน 20 % กล้องจะบันทึกภาพไว้เป็นระยะๆ ทันทีจนกว่าจะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เราสามารถเปลี่ยนเปอร์เซ็นต์ได้ตามต้องการ เช่น ถ้าต้องการให้กล้องตัวใดจับภาพได้อย่างละเอียดก็คลิ้กเลือกกล้องตัวนั้น แล้วระบุเปอร์เซ็นต์ให้ต่ำลง เช่น 10 %
ให้เลือกกล้องที่ต้องการบันทึกแบบ motion แล้วเลือกรูปแบบการบันทึกตามต้องการ ไม่จำเป็นต้องเลือกทั้งหมด จากนั้นคลิ้กปุ่ม start detector ต่อจากนี้ถ้ามีวัตถุใดๆ เคลื่อนไหวผ่านกล้อง กล้องก็จะบันทึกภาพไว้ทันที เมื่อจะหยุดการบันทึกก็คลิ้กปุ่ม stop detector แล้วค่อยเปิดเข้าไปดูภาพ วิธีนี้จะช่วยประหยัดพื้นที่บนฮาร์ดดิสก์ได้มาก เพราะไฟล์วิดีโอหรือไฟล์ภาพที่ได้จะมีขนาดเล็กกว่าการบันทึกแบบตลอดเวลา


 


 

รูปที่ 7


 


 

รูปที่ 8

หรือถ้า ใครไม่ชอบใจหน้าตาโปรแกรมก็เข้าไปเปลี่ยน skin ได้จากแถบหลัก options แล้วเลือกเปลี่ยนที่ Select the user interface skin (ดังรูปที่7) ถ้าจะย่อโปรแกรมลงไว้ที่ System Tray ให้คลิ้กรูปกากบาทที่มุมซ้ายบนของโปรแกรม และหากไม่ต้องการให้ใครมาเปิดโปรแกรมนี้ดูจากที่ย่อไว้ ก็สามารถระบุรหัสผ่านก่อนที่จะเปิดโปรแกรมได้ โดยเลือกที่แถบหลัก users manager จากนั้นเลือกหัวข้อ ask password when minimized แล้วพิมพ์ admin ในช่อง username: ตามด้วยกำหนดรหัสผ่านในช่อง password: (ดังรูปที่ 8) ต่อจากนี้ถ้าเรียกโปรแกรมจากที่ย่อไว้ขึ้นมาจะต้องใส่รหัสผ่านลงไปด้วย (ดังรูปที่ 9)
ถ้าจะให้โปรแกรมเริ่มทำงานทันทีเมื่อเข้าสู่วินโดวส์ ให้คลิ้กเลือกเมนู options > start on windows startup และเลือก minimize on startup เมื่อต้องการให้โปรแกรมย่อลงที่ System Tray ทันทีที่เปิดขึ้นมา ส่วนการปิดโปรแกรมให้เลือกเมนู file > exit
ทั้งหมดนี้เป็นการสร้างกล้องวงจรปิดให้ดูได้ภายในบ้าน ส่วนการดูกล้องวงจรปิดผ่านอินเทอร์เน็ต จะต้องไปพบกันใหม่ในฉบับหน้า เพราะถ้าบอกให้หมดในตอนนี้สัมปทานหน้ากระดาษจะไม่พอ แล้วพบกันใหม่ครับ
 


 

รูปที่ 9

การดูกล้องวงจรปิดจากภายนอกโดยผ่านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ADSL
ในขั้นแรกเราจะต้องเปิดให้โปรแกรมสามารถบริการกล้องผ่านระบบออนไลน์หรืออินเทอร์เน็ต เลือกแถบหลัก monitor คลิ้กเลือกกล้องที่ต้องการให้ออนไลน์ ส่วนในแถบย่อย tools / options ให้คลิ้กตัวเลือก HTTP Broadcasting ที่หัวข้อ source enabled for (ปกติโปรแกรมจะเปิดคุณสมบัตินี้ไว้เสมอ) ตัวเลือกนี้เป็นการเปิดการทำงานของ HTTP เซิร์ฟเวอร์ หรือจะเรียกว่าเว็บเซิร์ฟเวอร์ก็ได้ เพราะทำหน้าที่ให้บริการเว็บเพจที่มีภาพจากกล้องแสดงอยู่บนหน้าเว็บ ให้ทำเช่นนี้กับกล้องตัวอื่นที่ต้องการจะเปิดออนไลน์ด้วย ให้สังเกตด้านล่างสุดของโปรแกรมที่เขียนไว้ว่า online @ http://58.9.79.34:8080 เป็นแอดเดรสที่ใช้เรียกดูกล้องจากอินเทอร์เน็ตประกอบด้วยไอพีแอดเดรสและพอร์ต ซึ่งไอพีแอดเดรสนี้ได้มาจาก ISP ที่ใช้บริการ
ยังจำได้ไหมครับว่า ในตอนที่แล้ว เมื่อเรียกโปรแกรมขึ้นมาโปรแกรมจะค้นหาไอพีแอดเดรสจากโมเด็มหรือเราเตอร์ เมื่อพบแล้วจะนำมาแสดงตรงส่วนนี้ เราจะใช้ไอพีแอดเดรสนี้สำหรับเรียกดูกล้องจากภายนอกบ้านผ่านอินเทอร์เน็ตโดยใช้บราวเซอร์
 


 

รูปที่ 10

ตามปกติแล้วเมื่อโปรแกรมถูกเรียกขึ้นมาทำงานทุกครั้งก็จะค้นหาไอพีแอดเดรสทันที แต่ถ้าไม่มีการค้นหาจะต้องเปิดคุณสมบัตินี้จากเมนู options > start HTTP server on startup (ดังรูปที่ 10) เมื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในแต่ละครั้งไอพีแอดเดรสที่แสดงนี้จะเปลี่ยนไปทุกครั้งด้วย เนื่องจากเป็นไอพีแอดเดรสที่ไม่ตายตัว (ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตตามบ้านทั่วไปจะได้รับไอพีแอดเดรสแบบไม่คงที่) และไอพีแอดเดรสบนคอมพิวเตอร์ของคุณผู้อ่านจะไม่เหมือนในบทความครับ
 


 

รูปที่ 11

ถัดมาให้เลือกแถบหลัก users manager คลิ้กตัวเลือก watch is password protected กับ protect each request แล้วใส่ยูสเซอร์เนมเป็น Admin และกำหนดรหัสผ่านในช่อง password: (ดังรูปที่ 11) การกำหนดตัวเลือกนี้สำหรับตอนที่เรียกดูกล้องจากภายนอก จะต้องใส่ชื่อกับรหัสผ่านเพื่อเพิ่มความปลอดภัย คุณสามารถเพิ่มชื่อผู้ที่ต้องการเปิดดูกล้องจากภายนอกได้อีกโดยคลิ้กปุ่ม edit users… แล้วเพิ่มรายชื่อพร้อมรหัสผ่านได้ตามต้องการ ในที่นี้คิดว่าคุณผู้อ่านใช้งานอยู่คนเดียวจึงไม่ต้องเพิ่มเติม ส่วนด้านข้างๆ มีไว้แสดงข้อมูลเมื่อมีผู้เรียกดูกล้องจากภายนอก
อีกประการหนึ่ง ถ้าคุณติดตั้งโปรแกรม webcamXP บนวินโดวส์เอ็กซ์พี SP2 แล้วเปิดไฟร์วอลล์ไว้ ตอนที่เรียกโปรแกรมขึ้นมาครั้งแรกจะมีหน้าต่างไฟร์วอลล์แจ้งเตือน ต้องคลิ้กปุ่ม Unblock ด้วย จากนี้ไปเพียงแต่เปิดคอมพิวเตอร์รอการเข้ามาดูจากภายนอก ที่สำคัญจะต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตรอไว้โดยใช้โมเด็ม ส่วนผู้ที่ใช้เราเตอร์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจะต้องมีขั้นตอนเพิ่มเข้ามาอีก บุคคลภายนอกจึงจะเปิดดูภาพจากกล้องได้ ซึ่งจะได้กล่าวต่อไป
 


 

รูปที่ 12

มองกล้องผ่าน ADSL
ตอนนี้ถือว่าพร้อมแล้วสำหรับการเรียกดูกล้องจากภายนอก สมมติว่าคุณกำลังอยู่ที่ทำงาน ให้เปิด Internet explorer แล้วใส่ http:// ตามด้วย ไอพีแอดเดรสแอดเดรสกับพอร์ตที่แสดงไว้บนโปรแกรม เช่น http://58.9.79.34:8080 จากนั้นบราวเซอร์จะติดต่อไปยังคอมพิวเตอร์ที่บ้าน เมื่อพบก็จะมีหน้าต่างให้ระบุชื่อผู้ใช้กับรหัสผ่าน ใส่ลงไปแล้วคลิ้กปุ่ม OK ต่อมามีเว็บเพจที่มีภาพจากกล้องวงจรจะแสดงขึ้น จะเห็นว่ามีภาพใหญ่ 1 ภาพ กับภาพเล็ก 2 ภาพ ภาพเล็กคือกล้องตัวที่ 1 กับ 2 เมื่อคลิ้กที่ภาพเล็กของกล้องตัวใด ภาพจากกล้องตัวนั้นจะแสดงบนภาพใหญ่ และที่ภาพเล็กจะมีชื่อกล้องแสดงไว้ด้วย (ดังรูปที่ 12)
หากเลือกจับภาพแบบ motion แล้วเลือกใช้การบันทึกภาพแบบ add to gallery ภาพที่ถูกบันทึกจะดูผ่านบราวเซอร์ได้ทันที โดยเลื่อนบราวเซอร์ลงมาด้านล่าง จะพบกับคำว่า online gallery… เมื่อคลิ้กเข้าไปก็จะพบกับภาพที่ถูกบันทึกเรียงต่อกันไป คล้ายๆ เป็นอัลบั้มภาพออนไลน์
ลักษณะของเว็บเพจที่แสดงนี้ โปรแกรมกำหนดให้ใช้เป็นแบบ javascript client แต่ถ้าเลือกแสดงผลแบบ flash client ภาพที่แสดงบนเว็บเพจจะเป็นลักษณะของ Flash โดยเป็นภาพใหญ่เรียงต่อกันมา ไม่มีภาพเล็กให้เลือก ซึ่งกำหนดได้จากเมนู options > HTTP client type > flash client แต่ทางฝั่งของผู้เปิดชมจะต้องติดตั้ง Flash Player ด้วย
 


 

รูปที่ 13

กรณีใช้เราเตอร์
ที่ผ่านมาคอมพิวเตอร์ที่บ้านใช้โมเด็มเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ADSL เมื่อเรียกดูกล้องจากภายนอกจะเรียกดูได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ แต่ถ้าใช้เราเตอร์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ผู้ที่เข้ามาดูกล้องจากภายนอกจะเปิดดูไม่ได้ถ้ายังไม่ได้มีการฟอร์เวิร์ดพอร์ต (Port Forward) เพราะการเปิดให้บุคคลอื่นเข้ามาดูกล้องที่ติดตั้งบนคอมพิวเตอร์ที่ใช้เราเตอร์ โดยการระบุ http://58.9.79.34:8080 จะไม่พบคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งกล้องไว้ แต่จะ ไปเจอเราเตอร์แทนจึงเรียกดูกล้องไม่ได้ คุณจำเป็นต้องฟอร์เวิร์ดพอร์ตให้เราเตอร์ส่งข้อมูลขาเข้าที่มาจากภายนอกเข้าไปหาคอมพิวเตอร์ที่อยู่หลังเราเตอร์ ซึ่งเปิดพอร์ต 8080 รออยู่ การฟอร์เวิร์ดพอร์ตบนเราเตอร์จะทำให้ผู้ที่เรียกดูกล้องจากอินเทอร์เน็ตสามารถเปิดกล้องดูได้ (ดังรูปที่ 13)
 


 

รูปที่ 14

การฟอร์เวิร์ดพอร์ต
ตัวอย่างการฟอร์เวิร์ดพอร์ตนี้ จะใช้เราเตอร์ยี่ห้อ HUAWEI รุ่น SmartAX MT800 และคอมพิวเตอร์ที่ใช้เราเตอร์นี้จะต้องติดตั้งการ์ดแลนไว้ด้วย ซึ่งต้องกำหนดไอพีแอดเดรสให้กับการ์ดแลน โดยให้อยู่ในคลาสเดียวกับเราเตอร์ (ศึกษาได้จากคู่มือของเราเตอร์) ตัวอย่างนี้กำหนดไอพีแอดเดรส 192.168.1.2 บนการ์ดแลน ส่วนไอพีแอดเดรสของเราเตอร์ฝั่งที่อยู่ภายในคือ 192.168.1.1

( เปิด Internet Explorer พิมพ์ http://192.168.1.1 ที่ช่อง Address กดปุ่ม Enter เพื่อเข้าไปในเราเตอร์ จากนั้นใส่ User name กับ Password (ดูจากคู่มือ) จะพบกับเมนูต่างๆ ให้เลือกเมนู Other Setting > NAT คลิ้กปุ่ม Add แล้วเลือกรายการต่างๆ ดังนี้ (ดังรูปที่ 14)

- Rule Type เลือก REDIRECT
- Protocol เลือก TCP
- Local IP ใส่ไอพีแอดเดรสของการ์ดแลนบนคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งกล้อง
- Destination Port From กับ Destination Port To ใส่พอร์ต 8080 แล้วคลิ้กปุ่ม Submit และ Close ตามลำดับ
 


 

รูปที่ 15

( กฎที่สร้างขึ้นจะมาแสดงอยู่ในรายการ ถ้าต้องการลบรายการฟอร์เวิร์ดพอร์ตนี้ ให้คลิ้กรูปถังขยะด้านท้าย สุดท้ายเลือกเมนู Statistics > Save & Reboot เลือกหัวข้อ Save แล้วคลิ้กปุ่ม Submit (ดังรูปที่ 15) ก็เป็นอันเสร็จสิ้นการฟอร์เวิร์ดพอร์ต ปิด Internet Explorer ได้เลย สำหรับผู้ที่ใช้เราเตอร์ยี่ห้ออื่นๆ สามารถดูวิธีการฟอร์เวิร์ดพอร์ตได้ที่ http://www.portforward.com ภายในจะมีวิธีการฟอร์เวิร์ดพอร์ตของเราเตอร์หลากหลายยี่ห้อ เมื่อเข้าไปแล้วให้เลือกหัวข้อ Forwarding จากนั้นเลือกยี่ห้อและรุ่นของเราเตอร์ที่ใช้อยู่ (ถ้าไม่มีรุ่นที่ต้องการก็ให้ใช้รุ่นที่ใกล้เคียงกัน) ต่อมาเลือกบริการที่ต้องการจะฟอร์เวิร์ด ซึ่งจะมีวิธีการฟอร์เวิร์ดพอร์ตของบริการนั้นแสดงอยู่และมีรูปภาพประกอบด้วย ทั้งนี้ขั้นตอนและความยากง่ายจะแตกกันออกไปตามแต่ละผู้ผลิต
สรุปว่าตอนนี้คอมพิวเตอร์ที่ใช้เราเตอร์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต สามารถเปิดให้เรียกดูกล้องจากภายนอกได้แล้ว โดยเรียกดูได้จากการระบุไอพีแอดเดรสและพอร์ต แต่นั่นจะมีข้อเสียตรงที่เราต้องจดจำไอพีแอดเดรสให้ได้

ใช้ Dynamic DNS เข้ามาช่วย
ถ้าคุณผู้อ่านอยากจะติดตั้งกล้องเว็บแคมให้เป็นกล้องวงจรปิด เพื่อเฝ้ามองเหตุการณ์ในบ้านอยู่ทุกๆ วัน นั่นก็หมายความว่าจะต้องเปิดคอมพิวเตอร์และเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไว้ จากนั้นจึงเดินทางไปที่ทำงานโดยทำเช่นนี้เป็นประจำ ดูไปแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ตามที่ได้บอกไปแล้วว่าการที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในแต่ละครั้งนั้น ไอพีแอดเดรสที่ได้รับจะเปลี่ยนไปตลอดทุกครั้งที่เชื่อมต่อ คุณจะต้องจำไอพีแอดเดรสนี้แล้วถึงไปเปิดดูกล้องในที่ทำงาน

ถ้าคุณเป็นผู้ที่มีความจำเลิศก็ไม่มีปัญหาแต่ประการใด แต่ในทางปฏิบัติจริงแล้วคงเป็นการยากที่จะต้องมาจดจำไอพีแอดเดรสที่ได้รับมาใหม่ในทุกๆครั้ง ถ้าจำไอพีแอดเดรสผิดแม้แต่ตัวเดียวก็จะเปิดกล้องดูไม่ได้ แต่จะง่ายกว่าไหมที่เราไม่ต้องจดจำไอพีแอดเดรสที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมานี้ หากจะจดจำแค่เพียงชื่อโดเมนหรือโดเมนเนมเท่านั้น โดยที่ไม่ต้องไปจดทะเบียนโดเมนเนมแบบเป็นทางการ ซึ่งการจำแค่ชื่อโดเมนจะง่ายกว่าการจำไอพีแอดเดรสมาก ระบบไดนามิกดีเอ็นเอส (Dynamic DNS) จึงนำมาเป็นตัวช่วยขจัดปัญหานี้
ระบบไดนามิกดีเอ็นเอสช่วยให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตแบบเราๆ ที่ได้รับไอพีแอดเดรสแบบไม่คงที่ สามารถมีโดเมนเนมได้ ทำให้ตอนที่จะเรียกดูกล้องสามารถระบุโดเมนเนมแทนไอพีแอดเดรส โดยที่เราจะต้องลงทะเบียนกับผู้ให้บริการไดนามิกดีเอ็นเอสก่อน สำหรับผู้ให้บริการระบบไดนามิกดีเอ็นเอสก็มีอยู่หลายที่ เช่น www.dyndns.com, www.no-ip.com ในที่นี้จะเปิดใช้บริการที่ www.no-ip.com ซึ่งเปิดให้ใช้บริการได้ฟรี แต่จะได้โดเมนเนมแบบ yourname.no-ip.info หรืออื่นๆ ตามที่มีให้เลือกในแบบเงื่อนไขที่ฟรี


 


 

รูปที่ 16

ลงทะเบียน Dynamic DNS

ก่อนอื่นเราต้องไปสมัครสมาชิกเพื่อจดทะเบียนที่ www.no-ip.com ( เปิดเว็บไซต์ www.no-ip.com คลิ้กที่ Sign-up Now! ต่อมาให้ใส่ข้อมูลลงในช่อง ได้แก่ อีเมล์ แล้วกำหนดรหัสผ่านเพื่อใช้ล็อกอินเข้ามาใน www.no-ip.com และข้อมูลอื่นๆจนครบ จากนั้นคลิ้กปุ่ม I Accept. Create my Account ที่อยู่ด้านล่าง แล้วหน้าเว็บจะแจ้งว่าให้ยืนยันการขอใช้บริการในอีเมล์ที่ส่งไปให้ทาง www.no-ip.com จะส่งอีเมล์มาให้เราตามที่ได้ลงทะเบียนไว้ เปิดอีเมล์ออกมาแล้วดูบรรทัดที่เขียนว่า To activate your account please click the following URL: จากนั้นคลิ้กที่ลิงก์ http://www.no-ip.com/activate?lid=10731d5ff94d93d3 ที่อยู่ใต้บรรทัดนี้ เพื่อยืนยันการขอใช้บริการไดนามิกดีเอ็นเอส ตัวเลขด้านท้ายลิงก์ของคุณผู้อ่านจะไม่เหมือนกับในตัวอย่างนี้) หลังจากคลิ้กที่ลิงก์เพื่อยืนยันแล้ว ทางเว็บไซต์ www.no-ip.com จะแจ้งว่าเราได้ยืนยันการเปิดใช้บริการแล้ว พร้อมรอให้ล็อกอินเข้าไปใหม่โดยใส่อีเมล์กับรหัสผ่านที่เราได้ลงทะเบียนไว้ แล้วคลิ้กปุ่ม Login (ดังรูปที่ 16)


 


 

รูปที่ 17

( เมื่อล็อกอินเข้ามาแล้วคลิ้กที่หัวข้อ Hosts/Redirects > Add จากนั้นใส่ชื่อโฮสต์ลงในช่อง Hostname: (เป็นชื่ออะไรก็ได้เพื่อใช้อ้างอิงบนอินเทอร์เน็ต เช่น camathome) แล้วเลือกโดเมน no-ip.info ที่หัวข้อ Host Type ให้เลือก Port 80 Redirect ส่วนช่อง IP Address จะมีไอพีแอดเดรสที่โมเด็มหรือเราเตอร์ของเราได้รับมาจากไอเอสพีแสดงขึ้นโดยอัตโนมัติ ที่ช่อง Port ใส่หมายเลข 8080 แล้วเลื่อนลงมาด้านล่างสุด คลิ้กปุ่ม Create Port Redirect (ดังรูปที่ 8) หน้าเว็บจะแจ้งว่าได้สร้างชื่อโดเมนแล้ว ให้รอประมาณ 5 นาที มาถึงขั้นตอนนี้เป็นอันว่าได้ลงทะเบียนที่ www.no-ip.com สำเร็จลงด้วยดี และจากนี้ไปคุณสามารถเรียกดูกล้องผ่านอินเทอร์เน็ตโดยใช้ http://camathome.no-ip.info ได้เลย อัพเดตไอพีแอดเดรสแบบอัตโนมัติ
 


 

รูปที่ 18

การที่ได้รับไอพีแอดเดรสหมายเลขใหม่ทุกๆครั้งที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต จะต้องเข้าไปเปลี่ยนไอพีแอดเดรสที่ได้รับมาใหม่นี้ให้ตรงกับชื่อโดเมนที่สร้างไว้ใน www.no-ip.com ด้วย ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ค่อยสะดวกเท่าใดนัก ทาง www.no-ip.com จึงมีโปรแกรมสำหรับแจ้งไอพีแอดเดรสอัตโนมัติให้ใช้ คือ โปรแกรม No-IP Dynamic Update Client ( เข้าไปดาวน์โหลดโปรแกรมที่ http://www.no-ip.com/downloads.php จากนั้นคลิ้กเลือกระบบปฏิบัติการที่ใช้ ในที่นี้คือ Windows จากนั้นคลิ้กที่ Download 2.2.1 (ดังรูปที่ 18) เมื่อดาวน์โหลดมาแล้ว ให้ติดตั้งโปรแกรม
 


 

รูปที่ 19

( หลังจากติดตั้งเสร็จแล้ว โปรแกรม No-IP Dynamic Update Client จะเปิดขึ้นมาทำงานทันที โดยจะให้ล็อกอินด้วยอีเมล์กับรหัสผ่านตามที่ได้ลงทะเบียนไว้ คลิ้กปุ่ม OK จากนั้นโปรแกรมจะติดต่อไปยัง www.no-ip.com ต่อมาโปรแกรมจะแจ้งไอพีแอดเดรสไปยัง www.no-ip.com เพื่ออัพเดต และมีชื่อโฮสต์ที่สร้างไว้คือ camathome.no-ip.info แสดงขึ้นมา ให้คลิ้กถูกหน้าชื่อโฮสต์ด้วย (ดังรูปที่ 19) เสร็จแล้วคลิ้กกากบาทมุมบนขวาของโปรแกรม เพื่อให้โปรแกรมย่อลงไปที่ System Tray
 


 

รูปที่ 20

( ในการเปิดคอมพิวเตอร์ครั้งต่อไป ต้องเรียกโปรแกรม No-IP Dynamic Update Client ขึ้นมาทำงานด้วยเสมอ มิฉะนั้นทาง www.no-ip.com จะไม่ทราบไอพีแอดเดรสของเราที่ได้รับมาใหม่ หรือกำหนดให้โปรแกรมโหลดขึ้นมาเองทุกครั้งที่เปิดคอมพิวเตอร์ก็ได้ โดยคลิ้กปุ่ม Options เลือกแถบ Standard แล้วคลิ้กเลือกช่อง Run on startup และโปรแกรมจะอัพเดตไอพีแอดเดรสทุกๆ 30 นาที แต่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ โดยคลิ้กแถบ Connection > Standard แล้วเลื่อนสไลด์ด้านล่าง (ดังรูปที่ 20)

จุดนี้จะมีประโยชน์ตรงที่หากเกิดสัญญาณ ADSL หลุด แล้วเราเตอร์เชื่อมต่อใหม่ก็จะได้ไอพีแอดเดรสใหม่ ดังนั้น โปรแกรมจึงอัพเดตเป็นระยะๆ เพื่ออัพเดตไอพีแอดเดรสให้เป็นปัจจุบันเสมอ ( การยกเลิกใช้ไดนามิกดีเอ็นเอสนี้ ให้ล็อกอินเข้าในเว็บแล้วเลือกหัวข้อ Hosts/Redirects > Manage จะพบตารางแสดงชื่อโดเมนกับไอพีแอดเดũ