

| แอบดูสุดไฮเทค!!...ด้วยกล้องเว็บแคมผ่าน ADSL | |||
|
สืบเนื่องมาจากที่ผมได้นำเสนอเรื่องการนำกล้องเว็บแคมมาประยุกต์ให้เป็นกล้องวงจรปิด หลังจากนั้นก็มีคุณผู้อ่านส่งอีเมล์มาบอกว่าถูกใจและให้ประโยชน์มาก ดังนั้น ในคราวนี้ผมจะนำเสนอเรื่องการทำกล้องวงจรปิดจากกล้องเว็บแคมอีกสักครั้ง แต่จะเน้นไปทางการดูกล้องผ่านอินเทอร์เน็ตนะครับเพื่อเพิ่มประโยชน์ในการใช้งานให้มีมากขึ้นกว่าเดิม ถ้าพูดถึงเทคโนโลยีของกล้องวงจรปิดในสมัยนี้นับว่าได้ก้าวไกลไปมาก จากที่เมื่อก่อนคงใช้ได้แค่ภายในสำนักงานหรือภายในบริเวณหนึ่งๆ เท่านั้น แต่ในปัจจุบันสามารถดูภาพจากกล้องวงจรปิดจากที่ใดก็ได้ในโลกโดยผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เช่น เฝ้าดูความเป็นอยู่ในบ้านจากที่ทำงาน ทำให้อุปสรรคเรื่องระยะทางหมดสิ้นไป การใช้กล้องวงจรปิดจึงกลายเป็นเรื่องง่ายในทันที ด้วยประโยชน์จากเทคโนโลยี ADSL ที่มีความเร็วในการสื่อสารข้อมูลสูงกว่าการใช้โมเด็ม 56 K จึงสามารถรองรับงานสื่อสารข้อมูลประเภทภาพและวิดีโอได้เป็นอย่างดี แต่ภาพจะกระตุกบ้างก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเร็วของอินเทอร์เน็ตที่ใช้และแพ็กเกจที่เลือกด้วย เช่น แบบผู้ใช้ทั่วไป (Home) หรือหน่วยงาน (Corporate) อย่างไรก็ดี
ยังมีกล้องวงจรปิดแบบอื่นนอกจากกล้องเว็บแคม USB
ที่รองรับการดูกล้องผ่านระบบออนไลน์ ได้แก่
กล้องวงจรปิดชนิดที่เรียกว่า IP Camera
กล้องพวกนี้มีไอพีแอดเดรสเป็นของตัวเอง
โดยที่ไม่ต้องเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ แต่จะเชื่อมต่อเข้ากับเร้าเตอร์แทน
หรือจะเป็นกล้องที่เป็นระบบไวร์เลสหรือแบบไร้สายจึงไม่ต้องมีสายให้เกะกะ
กล้องบางยี่ห้อสามารถสั่งซูมเข้าออกหรือหมุนซ้ายขวาได้
และมักจะมีโปรแกรมสำหรับดูภาพจากกล้องมาให้โดยเฉพาะ
กล้องแบบนี้รวมถึงอุปกรณ์ที่ต้องใช้ร่วมกันยังมีราคาสูงอยู่
แต่ถ้าจะใช้กล้องแค่ไม่เกิน 3 – 4 ตัว ติดตั้งภายในบ้าน
กล้องเว็บแคมแบบ USB
ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย
รูปที่ 1 ขั้นแรก ให้ติดตั้งกล้องเข้ากับคอมพิวเตอร์ ขอแนะนำให้ใช้กล้องต่างยี่ห้อหรือต่างรุ่นกัน เพราะถ้าเป็นรุ่นเดียวกันยี่ห้อเดียวกัน โปรแกรมอาจจะแยกไม่ออกว่ามีกล้องกี่ตัวเพราะมันเหมือนกันหมด หากเมื่อใดที่วินโดวส์ไม่รู้จักกล้องตัวใดตัวหนึ่ง นั่นอาจแสดงว่ามีปัญหาที่ไดรเวอร์เข้าแล้ว ส่วนเรื่องราคาก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะถ้าใช้กล้องที่ราคาถูกมากๆ คุณภาพก็จะต่ำไปตามราคา ส่วนข้อจำกัดเรื่องสายของกล้องนั้น สามารถนำสาย USB Repeater (ดังรูปที่ 1) มาต่อช่วยเพิ่มระยะทางและสัญญาณให้ไกลขึ้น (สาย USB Repeater ยาว 5 เมตร ราคาประมาณ 1,000 บาท) แต่ถ้าใช้สาย USB ธรรมดามาต่อกัน สัญญาณภาพที่ส่งเข้าคอมพิวเตอร์ก็จะอ่อนลงไปตามระยะทาง ที่เหลือก็แค่ติดตั้งกล้องในจุดต่างๆ เท่านั้นเพิ่มกล้องเข้าโปรแกรม
รูปที่ 2 จากนั้นจะเข้าสู่โปรแกรม ซึ่งตอนนี้โปรแกรมยังไม่รู้จักกับกล้อง ดังนั้นจึงต้องเพิ่มกล้องเข้าไปในโปรแกรม ที่แถบหลัก Monitor มีช่องสี่เหลี่ยมที่มีตัวเลขจำนวน 10 ช่อง ซึ่งใช้แทนกล้องแต่ละตัว ส่วนตัวเลข [1 – 10] คือ กลุ่มของกล้อง มี 10 กลุ่มๆ ละ 10 ตัว ตอนนี้ให้ใช้ในกลุ่ม [1 – 10] ให้คลิ้กขวาบนช่อง 1 หรือช่องอื่นๆ ตามต้องการ เลือกเมนู connect > directx video sources แล้วเลือกกล้องที่จะให้ปรากฏในช่อง 1 นี้ สุดท้ายคลิ้กในช่อง 1 อีกครั้ง ภาพจากกล้องก็จะปรากฏในช่อง 1 และในกรอบใหญ่ด้านบน (ดังรูปที่ 3) ให้เพิ่มกล้องด้วยวิธีนี้กับกล้องตัวที่เหลือ (ถ้ามี) ถ้าต้องการดูภาพจากกล้องตัวใดก็ให้คลิ้กไปที่ช่องแสดงภาพของกล้องตัวนั้น ภาพจากกล้องก็จะปรากฏในกรอบภาพใหญ่ ส่วนการยกเลิกหรือปิดกล้องให้คลิ้กขวาบนกล้องตัวที่ต้องการ เลือกเมนู disconnect หากต้องการปิดกล้องทุกตัวก็เลือกเมนู disconnect all
รูปที่ 3
รูปที่ 4 การบันทึกภาพคุณสมบัติหลักๆ ของกล้องวงจรปิดก็คือการบันทึกภาพจากกล้อง เริ่มจากการบันทึกให้เป็นภาพนิ่ง เลือกแถบย่อย tools/options คลิ้กเลือกกล้องตัวที่ต้องการจะบันทึกภาพแล้วคลิ้กปุ่ม capture กล้องตัวนี้จะบันทึกภาพเป็นไฟล์ทันที โดยมีข้อความแจ้งการทำงานให้เห็นตรงไอคอนของโปรแกรมบน System Tray ซึ่งบอกชื่อไฟล์ไว้เสร็จสรรพ ชื่อไฟล์ขึ้นต้นด้วย wXP_กล้องตัวที่_วันเดือนปี_เวลา_ลำดับรูป.jpg สามารถเปิดโฟลเดอร์เข้าไปชมภาพที่ได้บันทึกนี้จากปุ่ม open archives directory (ดังรูปที่ 4) ภาพเหล่านี้ถูกเก็บไว้ที่ C:Program FileswebcamXPwebcamXP archives
รูปที่ 5 สำหรับการบันทึกภาพเป็นวิดีโอ ให้เลือกกล้องที่ต้องการเช่นเคยแล้วคลิ้กปุ่ม record ต่อมาภาพในช่องของกล้องที่เลือกไว้จะมีรูปวงกลมสีแดงแสดงขึ้น หมายถึงขณะนี้กำลังบันทึกเป็นวิดีโออยู่ เมื่อต้องการหยุดบันทึกให้คลิ้กปุ่ม stop จะมีข้อความแจ้งว่าได้บันทึกเป็นไฟล์วิดีโอเรียบร้อยแล้ว (ดังรูปที่ 5) จากนั้นคลิ้กปุ่ม open archives directory เพื่อเปิดโฟลเดอร์ที่เก็บไฟล์วิดีโอนี้ สามารถเปิดดูได้จากโปรแกรม Windows Media Player หรืออื่นๆ ไฟล์วิดีโอเหล่านี้เก็บไว้ที่ C:Program FileswebcamXPwebcamXP archives เช่นเดียวกับภาพนิ่ง มีข้อเสียคือไฟล์วิดีโอที่ได้จะใหญ่มาก เพราะเป็นฟอร์แมต .avi ดังนั้น ควรเลือกบันทึกเฉพาะกล้องที่ติดตั้ง ณ ตำแหน่งที่สำคัญในบ้าน หรือจะใช้คุณสมบัติการบันทึกแบบ Motion ก็ได้ (สามารถนำไฟล์วิดีโอที่ได้มาแปลงให้เล็กลงโดยโปรแกรมแปลงไฟล์ต่างๆ ) เมื่อเปิดดูไฟล์วิดีโอหรือภาพเหล่านี้แล้ว ถ้าไม่ต้องการเก็บไว้ก็ควรลบทิ้งเพื่อประหยัดเนื้อที่ฮาร์ดดิสก์
บันทึกภาพแบบ Motion
รูปที่ 6 ตัวเลือก record movie ใช้บันทึกภาพเป็นวิดีโอเฉพาะตอนที่มีวัตถุเคลื่อนไหวในกล้องเท่านั้น ไฟล์วิดีโอที่ได้จะเก็บไว้ที่ C:Program FileswebcamXPwebcamXP archives โดยโปรแกรมได้กำหนดให้บันทึกแต่ละไฟล์ได้นาน 30 วินาที ซึ่งสามารถเปลี่ยนความยาวของการบันทึกได้โดยเลือกแถบหลัก audio/record ดูที่หัวข้อ recording options จะเห็นเลข 30 ให้เปลี่ยนระยะเวลาได้ตามต้องการ แต่อย่านานหรือสั้นเกินไป ตัวเลือก add to gallery ใช้สำหรับบันทึกภาพให้เป็น galley เพื่อนำไปใช้สร้างอัลบั้มบนเว็บเพจได้ หรือใช้ดูภาพแบบอัลบั้มผ่านบราวเซอร์ ภาพจะถูกเก็บไว้ที่ C:Program FileswebcamXPwwwrootgallery และตัวเลือก save for web (.jpg) ใช้บันทึกให้เป็นภาพนิ่งแต่จะเป็นฟอร์แมต .jpg เพื่อนำไปใช้บนเว็บเพจ ไฟล์ภาพนี้เก็บไว้ที่ C:Program FileswebcamXPalerts
ส่วนที่สำคัญในการใช้คุณสมบัติ motion
นี้ก็คือการกำหนดความไวของการบันทึก
ถ้ากำหนดเปอร์เซ็นต์ต่ำกล้องก็จะบันทึกได้ไว
มีวัตถุใดเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยก็จะบันทึกแล้ว
แต่ถ้ากำหนดเปอร์เซ็นต์สูงกล้องจะเริ่มบันทึกช้าลง พูดง่ายๆ
ว่าเลขยิ่งน้อยก็จะจับภาพได้เร็ว
ซึ่งสามารถเลือกกำหนดเปอร์เซ็นต์ให้กล้องตัวใดก็ได้เพราะแยกกันทำงาน
ให้ดูตรงช่อง tolerance : โปรแกรมได้กำหนดเปอร์เซ็นต์ไว้ที่ 20.00
หมายความว่าถ้ามีวัตถุเคลื่อนไหวผ่านกล้องเกิน 20 %
กล้องจะบันทึกภาพไว้เป็นระยะๆ ทันทีจนกว่าจะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ
เราสามารถเปลี่ยนเปอร์เซ็นต์ได้ตามต้องการ เช่น
ถ้าต้องการให้กล้องตัวใดจับภาพได้อย่างละเอียดก็คลิ้กเลือกกล้องตัวนั้น
แล้วระบุเปอร์เซ็นต์ให้ต่ำลง เช่น 10 %
รูปที่ 7
รูปที่ 8 หรือถ้า ใครไม่ชอบใจหน้าตาโปรแกรมก็เข้าไปเปลี่ยน skin ได้จากแถบหลัก options แล้วเลือกเปลี่ยนที่ Select the user interface skin (ดังรูปที่7) ถ้าจะย่อโปรแกรมลงไว้ที่ System Tray ให้คลิ้กรูปกากบาทที่มุมซ้ายบนของโปรแกรม และหากไม่ต้องการให้ใครมาเปิดโปรแกรมนี้ดูจากที่ย่อไว้ ก็สามารถระบุรหัสผ่านก่อนที่จะเปิดโปรแกรมได้ โดยเลือกที่แถบหลัก users manager จากนั้นเลือกหัวข้อ ask password when minimized แล้วพิมพ์ admin ในช่อง username: ตามด้วยกำหนดรหัสผ่านในช่อง password: (ดังรูปที่ 8) ต่อจากนี้ถ้าเรียกโปรแกรมจากที่ย่อไว้ขึ้นมาจะต้องใส่รหัสผ่านลงไปด้วย (ดังรูปที่ 9)ถ้าจะให้โปรแกรมเริ่มทำงานทันทีเมื่อเข้าสู่วินโดวส์ ให้คลิ้กเลือกเมนู options > start on windows startup และเลือก minimize on startup เมื่อต้องการให้โปรแกรมย่อลงที่ System Tray ทันทีที่เปิดขึ้นมา ส่วนการปิดโปรแกรมให้เลือกเมนู file > exit ทั้งหมดนี้เป็นการสร้างกล้องวงจรปิดให้ดูได้ภายในบ้าน ส่วนการดูกล้องวงจรปิดผ่านอินเทอร์เน็ต จะต้องไปพบกันใหม่ในฉบับหน้า เพราะถ้าบอกให้หมดในตอนนี้สัมปทานหน้ากระดาษจะไม่พอ แล้วพบกันใหม่ครับ
รูปที่ 9 การดูกล้องวงจรปิดจากภายนอกโดยผ่านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ADSLในขั้นแรกเราจะต้องเปิดให้โปรแกรมสามารถบริการกล้องผ่านระบบออนไลน์หรืออินเทอร์เน็ต เลือกแถบหลัก monitor คลิ้กเลือกกล้องที่ต้องการให้ออนไลน์ ส่วนในแถบย่อย tools / options ให้คลิ้กตัวเลือก HTTP Broadcasting ที่หัวข้อ source enabled for (ปกติโปรแกรมจะเปิดคุณสมบัตินี้ไว้เสมอ) ตัวเลือกนี้เป็นการเปิดการทำงานของ HTTP เซิร์ฟเวอร์ หรือจะเรียกว่าเว็บเซิร์ฟเวอร์ก็ได้ เพราะทำหน้าที่ให้บริการเว็บเพจที่มีภาพจากกล้องแสดงอยู่บนหน้าเว็บ ให้ทำเช่นนี้กับกล้องตัวอื่นที่ต้องการจะเปิดออนไลน์ด้วย ให้สังเกตด้านล่างสุดของโปรแกรมที่เขียนไว้ว่า online @ http://58.9.79.34:8080 เป็นแอดเดรสที่ใช้เรียกดูกล้องจากอินเทอร์เน็ตประกอบด้วยไอพีแอดเดรสและพอร์ต ซึ่งไอพีแอดเดรสนี้ได้มาจาก ISP ที่ใช้บริการ ยังจำได้ไหมครับว่า ในตอนที่แล้ว เมื่อเรียกโปรแกรมขึ้นมาโปรแกรมจะค้นหาไอพีแอดเดรสจากโมเด็มหรือเราเตอร์ เมื่อพบแล้วจะนำมาแสดงตรงส่วนนี้ เราจะใช้ไอพีแอดเดรสนี้สำหรับเรียกดูกล้องจากภายนอกบ้านผ่านอินเทอร์เน็ตโดยใช้บราวเซอร์
รูปที่ 10 ตามปกติแล้วเมื่อโปรแกรมถูกเรียกขึ้นมาทำงานทุกครั้งก็จะค้นหาไอพีแอดเดรสทันที แต่ถ้าไม่มีการค้นหาจะต้องเปิดคุณสมบัตินี้จากเมนู options > start HTTP server on startup (ดังรูปที่ 10) เมื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในแต่ละครั้งไอพีแอดเดรสที่แสดงนี้จะเปลี่ยนไปทุกครั้งด้วย เนื่องจากเป็นไอพีแอดเดรสที่ไม่ตายตัว (ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตตามบ้านทั่วไปจะได้รับไอพีแอดเดรสแบบไม่คงที่) และไอพีแอดเดรสบนคอมพิวเตอร์ของคุณผู้อ่านจะไม่เหมือนในบทความครับ
รูปที่ 11 ถัดมาให้เลือกแถบหลัก users manager คลิ้กตัวเลือก watch is password protected กับ protect each request แล้วใส่ยูสเซอร์เนมเป็น Admin และกำหนดรหัสผ่านในช่อง password: (ดังรูปที่ 11) การกำหนดตัวเลือกนี้สำหรับตอนที่เรียกดูกล้องจากภายนอก จะต้องใส่ชื่อกับรหัสผ่านเพื่อเพิ่มความปลอดภัย คุณสามารถเพิ่มชื่อผู้ที่ต้องการเปิดดูกล้องจากภายนอกได้อีกโดยคลิ้กปุ่ม edit users… แล้วเพิ่มรายชื่อพร้อมรหัสผ่านได้ตามต้องการ ในที่นี้คิดว่าคุณผู้อ่านใช้งานอยู่คนเดียวจึงไม่ต้องเพิ่มเติม ส่วนด้านข้างๆ มีไว้แสดงข้อมูลเมื่อมีผู้เรียกดูกล้องจากภายนอกอีกประการหนึ่ง ถ้าคุณติดตั้งโปรแกรม webcamXP บนวินโดวส์เอ็กซ์พี SP2 แล้วเปิดไฟร์วอลล์ไว้ ตอนที่เรียกโปรแกรมขึ้นมาครั้งแรกจะมีหน้าต่างไฟร์วอลล์แจ้งเตือน ต้องคลิ้กปุ่ม Unblock ด้วย จากนี้ไปเพียงแต่เปิดคอมพิวเตอร์รอการเข้ามาดูจากภายนอก ที่สำคัญจะต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตรอไว้โดยใช้โมเด็ม ส่วนผู้ที่ใช้เราเตอร์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจะต้องมีขั้นตอนเพิ่มเข้ามาอีก บุคคลภายนอกจึงจะเปิดดูภาพจากกล้องได้ ซึ่งจะได้กล่าวต่อไป
รูปที่ 12 มองกล้องผ่าน ADSLตอนนี้ถือว่าพร้อมแล้วสำหรับการเรียกดูกล้องจากภายนอก สมมติว่าคุณกำลังอยู่ที่ทำงาน ให้เปิด Internet explorer แล้วใส่ http:// ตามด้วย ไอพีแอดเดรสแอดเดรสกับพอร์ตที่แสดงไว้บนโปรแกรม เช่น http://58.9.79.34:8080 จากนั้นบราวเซอร์จะติดต่อไปยังคอมพิวเตอร์ที่บ้าน เมื่อพบก็จะมีหน้าต่างให้ระบุชื่อผู้ใช้กับรหัสผ่าน ใส่ลงไปแล้วคลิ้กปุ่ม OK ต่อมามีเว็บเพจที่มีภาพจากกล้องวงจรจะแสดงขึ้น จะเห็นว่ามีภาพใหญ่ 1 ภาพ กับภาพเล็ก 2 ภาพ ภาพเล็กคือกล้องตัวที่ 1 กับ 2 เมื่อคลิ้กที่ภาพเล็กของกล้องตัวใด ภาพจากกล้องตัวนั้นจะแสดงบนภาพใหญ่ และที่ภาพเล็กจะมีชื่อกล้องแสดงไว้ด้วย (ดังรูปที่ 12) หากเลือกจับภาพแบบ motion แล้วเลือกใช้การบันทึกภาพแบบ add to gallery ภาพที่ถูกบันทึกจะดูผ่านบราวเซอร์ได้ทันที โดยเลื่อนบราวเซอร์ลงมาด้านล่าง จะพบกับคำว่า online gallery… เมื่อคลิ้กเข้าไปก็จะพบกับภาพที่ถูกบันทึกเรียงต่อกันไป คล้ายๆ เป็นอัลบั้มภาพออนไลน์ ลักษณะของเว็บเพจที่แสดงนี้ โปรแกรมกำหนดให้ใช้เป็นแบบ javascript client แต่ถ้าเลือกแสดงผลแบบ flash client ภาพที่แสดงบนเว็บเพจจะเป็นลักษณะของ Flash โดยเป็นภาพใหญ่เรียงต่อกันมา ไม่มีภาพเล็กให้เลือก ซึ่งกำหนดได้จากเมนู options > HTTP client type > flash client แต่ทางฝั่งของผู้เปิดชมจะต้องติดตั้ง Flash Player ด้วย
รูปที่ 13 กรณีใช้เราเตอร์ที่ผ่านมาคอมพิวเตอร์ที่บ้านใช้โมเด็มเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ADSL เมื่อเรียกดูกล้องจากภายนอกจะเรียกดูได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ แต่ถ้าใช้เราเตอร์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ผู้ที่เข้ามาดูกล้องจากภายนอกจะเปิดดูไม่ได้ถ้ายังไม่ได้มีการฟอร์เวิร์ดพอร์ต (Port Forward) เพราะการเปิดให้บุคคลอื่นเข้ามาดูกล้องที่ติดตั้งบนคอมพิวเตอร์ที่ใช้เราเตอร์ โดยการระบุ http://58.9.79.34:8080 จะไม่พบคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งกล้องไว้ แต่จะ ไปเจอเราเตอร์แทนจึงเรียกดูกล้องไม่ได้ คุณจำเป็นต้องฟอร์เวิร์ดพอร์ตให้เราเตอร์ส่งข้อมูลขาเข้าที่มาจากภายนอกเข้าไปหาคอมพิวเตอร์ที่อยู่หลังเราเตอร์ ซึ่งเปิดพอร์ต 8080 รออยู่ การฟอร์เวิร์ดพอร์ตบนเราเตอร์จะทำให้ผู้ที่เรียกดูกล้องจากอินเทอร์เน็ตสามารถเปิดกล้องดูได้ (ดังรูปที่ 13)
รูปที่ 14 การฟอร์เวิร์ดพอร์ตตัวอย่างการฟอร์เวิร์ดพอร์ตนี้ จะใช้เราเตอร์ยี่ห้อ HUAWEI รุ่น SmartAX MT800 และคอมพิวเตอร์ที่ใช้เราเตอร์นี้จะต้องติดตั้งการ์ดแลนไว้ด้วย ซึ่งต้องกำหนดไอพีแอดเดรสให้กับการ์ดแลน โดยให้อยู่ในคลาสเดียวกับเราเตอร์ (ศึกษาได้จากคู่มือของเราเตอร์) ตัวอย่างนี้กำหนดไอพีแอดเดรส 192.168.1.2 บนการ์ดแลน ส่วนไอพีแอดเดรสของเราเตอร์ฝั่งที่อยู่ภายในคือ 192.168.1.1 ( เปิด Internet Explorer พิมพ์ http://192.168.1.1 ที่ช่อง Address กดปุ่ม Enter เพื่อเข้าไปในเราเตอร์ จากนั้นใส่ User name กับ Password (ดูจากคู่มือ) จะพบกับเมนูต่างๆ ให้เลือกเมนู Other Setting > NAT คลิ้กปุ่ม Add แล้วเลือกรายการต่างๆ ดังนี้ (ดังรูปที่ 14) - Rule Type เลือก REDIRECT- Protocol เลือก TCP - Local IP ใส่ไอพีแอดเดรสของการ์ดแลนบนคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งกล้อง - Destination Port From กับ Destination Port To ใส่พอร์ต 8080 แล้วคลิ้กปุ่ม Submit และ Close ตามลำดับ
รูปที่ 15 ( กฎที่สร้างขึ้นจะมาแสดงอยู่ในรายการ ถ้าต้องการลบรายการฟอร์เวิร์ดพอร์ตนี้ ให้คลิ้กรูปถังขยะด้านท้าย สุดท้ายเลือกเมนู Statistics > Save & Reboot เลือกหัวข้อ Save แล้วคลิ้กปุ่ม Submit (ดังรูปที่ 15) ก็เป็นอันเสร็จสิ้นการฟอร์เวิร์ดพอร์ต ปิด Internet Explorer ได้เลย สำหรับผู้ที่ใช้เราเตอร์ยี่ห้ออื่นๆ สามารถดูวิธีการฟอร์เวิร์ดพอร์ตได้ที่ http://www.portforward.com ภายในจะมีวิธีการฟอร์เวิร์ดพอร์ตของเราเตอร์หลากหลายยี่ห้อ เมื่อเข้าไปแล้วให้เลือกหัวข้อ Forwarding จากนั้นเลือกยี่ห้อและรุ่นของเราเตอร์ที่ใช้อยู่ (ถ้าไม่มีรุ่นที่ต้องการก็ให้ใช้รุ่นที่ใกล้เคียงกัน) ต่อมาเลือกบริการที่ต้องการจะฟอร์เวิร์ด ซึ่งจะมีวิธีการฟอร์เวิร์ดพอร์ตของบริการนั้นแสดงอยู่และมีรูปภาพประกอบด้วย ทั้งนี้ขั้นตอนและความยากง่ายจะแตกกันออกไปตามแต่ละผู้ผลิตสรุปว่าตอนนี้คอมพิวเตอร์ที่ใช้เราเตอร์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต สามารถเปิดให้เรียกดูกล้องจากภายนอกได้แล้ว โดยเรียกดูได้จากการระบุไอพีแอดเดรสและพอร์ต แต่นั่นจะมีข้อเสียตรงที่เราต้องจดจำไอพีแอดเดรสให้ได้ ใช้ Dynamic DNS เข้ามาช่วย ถ้าคุณผู้อ่านอยากจะติดตั้งกล้องเว็บแคมให้เป็นกล้องวงจรปิด เพื่อเฝ้ามองเหตุการณ์ในบ้านอยู่ทุกๆ วัน นั่นก็หมายความว่าจะต้องเปิดคอมพิวเตอร์และเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไว้ จากนั้นจึงเดินทางไปที่ทำงานโดยทำเช่นนี้เป็นประจำ ดูไปแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ตามที่ได้บอกไปแล้วว่าการที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในแต่ละครั้งนั้น ไอพีแอดเดรสที่ได้รับจะเปลี่ยนไปตลอดทุกครั้งที่เชื่อมต่อ คุณจะต้องจำไอพีแอดเดรสนี้แล้วถึงไปเปิดดูกล้องในที่ทำงาน ถ้าคุณเป็นผู้ที่มีความจำเลิศก็ไม่มีปัญหาแต่ประการใด
แต่ในทางปฏิบัติจริงแล้วคงเป็นการยากที่จะต้องมาจดจำไอพีแอดเดรสที่ได้รับมาใหม่ในทุกๆครั้ง
ถ้าจำไอพีแอดเดรสผิดแม้แต่ตัวเดียวก็จะเปิดกล้องดูไม่ได้
แต่จะง่ายกว่าไหมที่เราไม่ต้องจดจำไอพีแอดเดรสที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมานี้
หากจะจดจำแค่เพียงชื่อโดเมนหรือโดเมนเนมเท่านั้น
โดยที่ไม่ต้องไปจดทะเบียนโดเมนเนมแบบเป็นทางการ
ซึ่งการจำแค่ชื่อโดเมนจะง่ายกว่าการจำไอพีแอดเดรสมาก ระบบไดนามิกดีเอ็นเอส
(Dynamic DNS) จึงนำมาเป็นตัวช่วยขจัดปัญหานี้
รูปที่ 16 ลงทะเบียน Dynamic DNSก่อนอื่นเราต้องไปสมัครสมาชิกเพื่อจดทะเบียนที่ www.no-ip.com ( เปิดเว็บไซต์ www.no-ip.com คลิ้กที่ Sign-up Now! ต่อมาให้ใส่ข้อมูลลงในช่อง ได้แก่ อีเมล์ แล้วกำหนดรหัสผ่านเพื่อใช้ล็อกอินเข้ามาใน www.no-ip.com และข้อมูลอื่นๆจนครบ จากนั้นคลิ้กปุ่ม I Accept. Create my Account ที่อยู่ด้านล่าง แล้วหน้าเว็บจะแจ้งว่าให้ยืนยันการขอใช้บริการในอีเมล์ที่ส่งไปให้ทาง www.no-ip.com จะส่งอีเมล์มาให้เราตามที่ได้ลงทะเบียนไว้ เปิดอีเมล์ออกมาแล้วดูบรรทัดที่เขียนว่า To activate your account please click the following URL: จากนั้นคลิ้กที่ลิงก์ http://www.no-ip.com/activate?lid=10731d5ff94d93d3 ที่อยู่ใต้บรรทัดนี้ เพื่อยืนยันการขอใช้บริการไดนามิกดีเอ็นเอส ตัวเลขด้านท้ายลิงก์ของคุณผู้อ่านจะไม่เหมือนกับในตัวอย่างนี้) หลังจากคลิ้กที่ลิงก์เพื่อยืนยันแล้ว ทางเว็บไซต์ www.no-ip.com จะแจ้งว่าเราได้ยืนยันการเปิดใช้บริการแล้ว พร้อมรอให้ล็อกอินเข้าไปใหม่โดยใส่อีเมล์กับรหัสผ่านที่เราได้ลงทะเบียนไว้ แล้วคลิ้กปุ่ม Login (ดังรูปที่ 16)
รูปที่ 17 ( เมื่อล็อกอินเข้ามาแล้วคลิ้กที่หัวข้อ Hosts/Redirects > Add จากนั้นใส่ชื่อโฮสต์ลงในช่อง Hostname: (เป็นชื่ออะไรก็ได้เพื่อใช้อ้างอิงบนอินเทอร์เน็ต เช่น camathome) แล้วเลือกโดเมน no-ip.info ที่หัวข้อ Host Type ให้เลือก Port 80 Redirect ส่วนช่อง IP Address จะมีไอพีแอดเดรสที่โมเด็มหรือเราเตอร์ของเราได้รับมาจากไอเอสพีแสดงขึ้นโดยอัตโนมัติ ที่ช่อง Port ใส่หมายเลข 8080 แล้วเลื่อนลงมาด้านล่างสุด คลิ้กปุ่ม Create Port Redirect (ดังรูปที่ 8) หน้าเว็บจะแจ้งว่าได้สร้างชื่อโดเมนแล้ว ให้รอประมาณ 5 นาที มาถึงขั้นตอนนี้เป็นอันว่าได้ลงทะเบียนที่ www.no-ip.com สำเร็จลงด้วยดี และจากนี้ไปคุณสามารถเรียกดูกล้องผ่านอินเทอร์เน็ตโดยใช้ http://camathome.no-ip.info ได้เลย อัพเดตไอพีแอดเดรสแบบอัตโนมัติ
รูปที่ 18 การที่ได้รับไอพีแอดเดรสหมายเลขใหม่ทุกๆครั้งที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต จะต้องเข้าไปเปลี่ยนไอพีแอดเดรสที่ได้รับมาใหม่นี้ให้ตรงกับชื่อโดเมนที่สร้างไว้ใน www.no-ip.com ด้วย ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ค่อยสะดวกเท่าใดนัก ทาง www.no-ip.com จึงมีโปรแกรมสำหรับแจ้งไอพีแอดเดรสอัตโนมัติให้ใช้ คือ โปรแกรม No-IP Dynamic Update Client ( เข้าไปดาวน์โหลดโปรแกรมที่ http://www.no-ip.com/downloads.php จากนั้นคลิ้กเลือกระบบปฏิบัติการที่ใช้ ในที่นี้คือ Windows จากนั้นคลิ้กที่ Download 2.2.1 (ดังรูปที่ 18) เมื่อดาวน์โหลดมาแล้ว ให้ติดตั้งโปรแกรม
รูปที่ 19 ( หลังจากติดตั้งเสร็จแล้ว โปรแกรม No-IP Dynamic Update Client จะเปิดขึ้นมาทำงานทันที โดยจะให้ล็อกอินด้วยอีเมล์กับรหัสผ่านตามที่ได้ลงทะเบียนไว้ คลิ้กปุ่ม OK จากนั้นโปรแกรมจะติดต่อไปยัง www.no-ip.com ต่อมาโปรแกรมจะแจ้งไอพีแอดเดรสไปยัง www.no-ip.com เพื่ออัพเดต และมีชื่อโฮสต์ที่สร้างไว้คือ camathome.no-ip.info แสดงขึ้นมา ให้คลิ้กถูกหน้าชื่อโฮสต์ด้วย (ดังรูปที่ 19) เสร็จแล้วคลิ้กกากบาทมุมบนขวาของโปรแกรม เพื่อให้โปรแกรมย่อลงไปที่ System Tray
รูปที่ 20 ( ในการเปิดคอมพิวเตอร์ครั้งต่อไป ต้องเรียกโปรแกรม No-IP Dynamic Update Client ขึ้นมาทำงานด้วยเสมอ มิฉะนั้นทาง www.no-ip.com จะไม่ทราบไอพีแอดเดรสของเราที่ได้รับมาใหม่ หรือกำหนดให้โปรแกรมโหลดขึ้นมาเองทุกครั้งที่เปิดคอมพิวเตอร์ก็ได้ โดยคลิ้กปุ่ม Options เลือกแถบ Standard แล้วคลิ้กเลือกช่อง Run on startup และโปรแกรมจะอัพเดตไอพีแอดเดรสทุกๆ 30 นาที แต่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ โดยคลิ้กแถบ Connection > Standard แล้วเลื่อนสไลด์ด้านล่าง (ดังรูปที่ 20)จุดนี้จะมีประโยชน์ตรงที่หากเกิดสัญญาณ ADSL หลุด แล้วเราเตอร์เชื่อมต่อใหม่ก็จะได้ไอพีแอดเดรสใหม่ ดังนั้น โปรแกรมจึงอัพเดตเป็นระยะๆ เพื่ออัพเดตไอพีแอดเดรสให้เป็นปัจจุบันเสมอ ( การยกเลิกใช้ไดนามิกดีเอ็นเอสนี้ ให้ล็อกอินเข้าในเว็บแล้วเลือกหัวข้อ Hosts/Redirects > Manage จะพบตารางแสดงชื่อโดเมนกับไอพีแอดเดũ |