|
กลุ่มอาการเสียของคอมพิวเตอร์
|
ลักษณะอาการเสียของเครื่องคอมพิวเตอร์
เราสามารถแบ่งได้เป็น 5 กลุ่มอาการ
ดังนั้นในการตรวจหาสาเหตุของอาการเสีย
ก็ให้ดูว่าเป็นอาการเสียที่อยู่ในกลุ่มใดดังนี้
1.
ตรวจสอบอาการเสียของเครื่องจากเสียง Beep Code
ทุก ๆ ครั้งที่คุณเปิดใช้งานเครื่องครั้งแรก
ก็จะได้ยินเสียง ปี๊ป ดังสั้น ๆ 1 ครั้ง
แล้วเครื่องก็จะทำงานต่อตามปกติ
แต่ถ้าเมื่อไรที่คุณได้ยินสียงมากกว่า 1 ครั้ง
หรือมีเสียงดังยาว ๆ จากนั้นเครื่องก็หยุดนิ่ง
ก็ทำใจไว้ได้เลยว่าเครื่องของคุณมีปัญหาแล้ว
เมื่อคุณเจออาการแบบนี้ให้รีบปิดเครื่องทันที
เพราะตราบใดที่เครื่องยังไม่ได้รับการแก้ไข
ก็จะไม่สามารถใช้งานเครื่องได้จนกว่าจะแก้ปัญหาเสียก่อน
เสียงปี๊ปที่เราได้ยินนี้จะถูกเรียกว่า Beep Code
ซึ่งจะมีจำนวนครั้งไม่เท่ากัน
และมีเสียงดังสั้นบ้างยาวบ้าง
ลักษณะของเสียงที่แตกต่างกันนี้เองที่บอกเราว่า
อุปกรณ์ชิ้นไหนมีปัญหา
ดังนั้นถ้าเจอปัญหาลักษณะนี้ก็ต้องลองฟังให้ดีว่า
ดังกี่ครั้ง สั้นยาวแบบไหน แล้วนำไปเทียบดูในตารางไบอสตามยี่ห้อของไบออส
เพื่อจะรุ้ว่าอะไรคือต้นเหตุ แล้วจะได้หาทงแก้ไขต่อไป
2.
ตรวจสอบอาการเสียของเครื่องโดยดูจากข้อความที่แจ้งบนหน้าจอ
การแจ้งปัญหาหรือความผิดปกติที่เครื่องตรวจพบด้วยข้อความบนหน้าจอ
ซึ่งเราเรียกว่า Message Error นับป็นการแจ้งปัญหาอีกแบบหนึ่งที่มีประโยชน์
เพราะเราสามรถรู้ปัญหาได้ทันทีว่าอปกรณ์ตัวไหนทำงานผิดปกติ
หรือไม่ก็รู้ว่าการทำงานส่วนใดมีปัญหา
ซึ่งจะนำไปสู่แนวทางในการแก้ปัญหาที่ง่ายขึ่น
ตัวอย่างของข้อความที่ปรากฎให้เห็นบนหน้าจอบ่อย ๆ
อย่างเช่น
CMOS checksum Error
CMOS BATTERY State Low
HDD Controller Failure
Diskplay switch not proper
ดังนั้นถ้าคุณพบว่าเครื่องได้แจ้งปัญหาให้ทราบก็ให้รับหาทางแก้ไขโดยด่วน
แต่ถ้าไม่สามารถแก้ไขได้ก็ให้จดข้อความบนหน้าจอไว้
เพื่อเอาไว้สอบถามผู้ที่สามารถให้คำแนะนำได้หรือเอาไวให้ช่างที่ร้านซ่อมดูก็ได้
เพื่อให้การตรวจซ่อมทำได้เร็วขึ้น
3.
ตรวจสอบอาการเสียโดยดูจากความผิดปกติของเครื่องที่สามารถสังเกตุ
วิธีนี้คงต้องใช้ทักษะ ความรู้
และความชำนาญมากกว่า 2 แบบแรก
เพราะจะเป็นอาการที่เครื่องไม่ได้มีอะไรแจ้งให้เราทราบเลยว่าอุปกรณ์ชิ้นไหนมีปัญหาหรือเสียหาย
มีแต่ความผิดปกติที่เราสามารถสังเกตุได้ทางกายภาพ
อย่างเช่น เปิดสวิตซ์แล้วไฟไม่ติด ,
เสียบปลั๊กแล้วเครื่องก็เปิดทันที ,
เปิดใช้เครื่องได้ไม่ถึง 5 นาที ระบบก็ล่ม เป็นต้น
จะเห็นว่าอาการดังกล่าวนี้เครื่องไม่ได้แจ้งอะไรให้เราทราบเลยนอกจากอาการผิดปกติที่เรารับรู้ได้
ดังนั้นในการแก้ปัญหาในลักษณะนี้จึงจะต้องอาศัยผู้ที่มีประสบการณ์หรือช่างผู้ชำนาญ
จึงจะสามารถวิเคราะห์ตรวบสอบ
และทำการซ่อมแซมแก้ปัญหาได้
4.
ตรวจสอบอาการเสียที่เราสามารถระบุอุปกรณ์ได้เลย
ปัญหาแบบนี้จะเป็นกับอุปกรณ์ที่เราใช้อยุ่เป็นประจำแต่ถ้าอยุ่
ๆ ไม่สามารถทำงาน หรือทำงานได้ไม่ดี
เราก็รู้ได้ทันทีว่าอะไรเสีย อย่างเช่น ไดรว์ซีดีรอมไม่ทำงาน
ภาพบนจอสั่นหรือกระพริบ ไดรว์ A ไม่ยอมอ่านแผ่น
เป็นต้น
จะเห็นว่าเป็นปัญหาที่เกิดจากความผิดปกติของอุปกรณ์ชิ้นนั้น
ๆ โดยตรง การตรวจสอบหรือตรวจเช็คจึงทำได้ง่าย
ไม่ยุ่งยากเหมือน 3 แบบที่ผ่านมา
5.
ตรวจสอบอาการเสียที่เกิดจากการอัพเกรดอุปกรณ์
ไปจนถึงการปรับแต่งเครื่อง
สิ่งที่ทำให้เครื่องเกิดปัญหาอีกอย่างก็คือ
การเพิ่มเติม
ปรับเปลี่ยนหรือปรับแต่งอุปกรณ์บางตัวก็ทำไห้เกิดปัญหาได้อีกเหมือนกัน
เช่น อัพเกรดแรมแล้วเครื่องแฮงค์ Overclock
ซีพียูจนไหม้ , ปรับ BOIS แล้วเครื่องรวน เป็นต้น
จะเห็นว่าในสภาพเครื่องก่อนกระทำใด ๆ ยังทำงานได้ปกติอยุ่
แต่หลังจากที่มีการอัพเกรดหรือปรับแต่งเครื่องแล้วก็มีปัญหาตามมาทันที
แล้วคุณจะทำอย่างไร ????? บีคอมมีคำตอบให้คุณ |
|